ติดต่อเรา
Thailand
Thailand
Thailand
Thailand
Share On

Payments Powerhouses: ผู้นำการปฏิวัติ Bitcoin ของประเทศไทย

กลุ่มผู้นำด้านการชำระเงิน
ฟินเทค
ไทย
คริปโตเคอร์เรนซี
15 min read

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา หรือ คุณท็อป ในวัยเพียง 31 ปี ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้าน Bitcoin และ Blockchain ชั้นนำของประเทศไทย เขาเป็นผู้ก่อตั้ง Coins.co.th กระเป๋าเงิน Bitcoin รายใหญ่ที่สุดของไทย ซึ่งต่อมาได้ถูกเข้าซื้อกิจการโดย Gojek ก่อนจะก่อตั้ง Bitkub แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตและเป็นผู้นำของประเทศไทยในปี 2017 Bitkub ได้รับความสนใจอย่างมากจากการระดมทุนรอบ Seed Funding ในปี 2019 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการระดมทุนที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของวงการสตาร์ทอัพไทย โดยคุณท็อปมีเป้าหมายระยะยาวที่จะผลักดัน Bitkub ให้ก้าวสู่การเป็น

ยูนิคอร์นรายแรกของประเทศไทย นอกจากการสร้างธุรกิจแล้ว เขายังมุ่งมั่นผลักดันความรู้ด้าน Blockchain และ Cryptocurrency ให้กับคนไทย ผ่านการบรรยายและเข้าร่วมงานสัมมนามากกว่า 1,000 เวที ทั่วประเทศ วันนี้ คุณท็อปมาร่วมรายการสดส่งตรงมาจากกรุงเทพฯ

สวัสดีครับคุณท็อป ช่วยเล่าถึงเส้นทางที่ทำให้คุณก้าวมาเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้าน Bitcoin และ Blockchain ของประเทศไทยได้ไหมครับ

สมัยที่ผมเรียนด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด วิชาที่ผมชอบที่สุดคือ ประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของระบบเงิน (Monetary History) สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ รูปแบบของ “เงิน” จะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ประมาณทุก 50 ปี มนุษย์เคยใช้ทองคำเป็นมาตรฐาน ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นระบบเงินตรา (Fiat Currency) อย่างที่เราใช้กันในปัจจุบัน

จากตรงนั้น ผมเริ่มสังเกตว่าความเข้าใจและรูปแบบการใช้เงินของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปในทุก ๆ ครึ่งศตวรรษ

ในปี 2013 ขณะที่ผมทำงานแรกในตำแหน่งวาณิชธนกิจ (Investment Banker) ที่นครเซี่ยงไฮ้ ผมได้รู้จักกับ Bitcoin ตอนนั้นราคาของ Bitcoin พุ่งจาก 11 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 1,150 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 10,000% ภายในเวลาไม่นาน สิ่งนี้ทำให้ผมสนใจมาก จึงเริ่มศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และได้ไปเจอบทความของ Marc Andreessen เรื่อง “Why Bitcoin Matters” ปัจจุบันบทความนี้กลายเป็นบทความคลาสสิกที่หลายคนรู้จัก แต่ในเวลานั้นมันเป็นเพียงบทความในบล็อกธรรมดาเท่านั้น

หลังจากอ่านจบ ผมเริ่มตระหนักว่า Bitcoin มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการเงินของโลก ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการธนาคารสามารถใช้บริการทางการเงินได้ การทำธุรกรรมที่รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำ รวมถึงการเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อ “เงิน” ไปโดยสิ้นเชิง และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเชื่อมั่นใน Bitcoin

ในเวลานั้น ผมทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินอยู่ที่ Silicon Valley แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจลาออก เพื่อเดินตามความเชื่อและความหลงใหลใน Bitcoin อย่างเต็มตัว

ผมบินกลับมาที่กรุงเทพฯ เพื่อก่อตั้งบริษัทด้าน Bitcoin (ปัจจุบันคือ Coins.co.th ซึ่งต่อมากลายเป็นกระเป๋าเงิน Bitcoin รายใหญ่ที่สุดของไทย) แน่นอนว่า การเริ่มต้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย พ่อแม่ของผมเปิดร้านขายเสื้อผ้าเล็ก ๆ อยู่ที่ประตูน้ำ และใช้เงินเก็บส่วนใหญ่ส่งผมเรียนหนังสือ ผมใช้ห้องว่างห้องหนึ่งในร้านเสื้อผ้าของครอบครัวเป็นสำนักงานแห่งแรก มีเพียงโต๊ะกับเก้าอี้ที่ยืมมาจากคุณป้าซึ่งทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และโน้ตบุ๊ก Toshiba หนึ่งเครื่อง นั่นคือทรัพย์สินทั้งหมดที่ผมมีในตอนเริ่มต้น

ช่วง 10 เดือนแรกเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก ผมแทบไม่มีชีวิตส่วนตัว และนำเงินทุกบาทที่หาได้กลับมาลงทุนขยายทีม
ช่วงแรกผมทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายบริการลูกค้า กฎหมาย บัญชี และการตลาด นอกจากนี้ ผมยังต้องต่อสู้กับกระแสความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Bitcoin อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น ในช่วงนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกหนังสือเตือนธนาคารพาณิชย์เกี่ยวกับ Bitcoin โดยมองว่าอาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ (Ponzi Scheme) ภาพลักษณ์เช่นนี้ดำเนินต่อเนื่องอยู่หลายปี

ผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการอธิบายให้ทั้งสถาบันการเงินและหน่วยงานกำกับดูแลเข้าใจว่า Bitcoin ไม่ใช่การหลอกลวง แม้แต่พนักงานของบริษัทเอง หลายคนก็ลาออกเมื่อรู้ว่าบริษัทต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ผมจึงต้องเร่งศึกษากฎหมายเกี่ยวกับระบบการเงิน รวมถึงข้อกำหนดด้านการป้องกันการฟอกเงิน (AML) อย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถอธิบายและทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้

ครอบครัวและเพื่อนหลายคนต่างกังวลกับเส้นทางที่ผมเลือก บางคนถึงกับกลัวว่าสักวันหนึ่งผมอาจมีปัญหาจากการทำธุรกิจนี้ ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นจากมหาวิทยาลัยต่างทำงานอยู่กับบริษัทระดับโลกอย่าง Goldman Sachs หรือ McKinsey ผมก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า กำลังเสียเวลาอยู่กับโครงการที่ไม่มีอนาคตหรือเปล่า แม้ว่าผมจะยังเชื่อมั่นใน Bitcoin แต่ก็ยอมรับว่าช่วงนั้นผมเกือบถอดใจหลายครั้ง

หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากยาวนานถึง 4 ปี ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป วันที่ 1 เมษายน 2017 ประเทศญี่ปุ่นประกาศรับรอง Bitcoin ให้สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการชำระเงินได้อย่างถูกกฎหมาย หลังจากนั้น ผมได้รับข้อความจำนวนมากจากผู้คนที่เคยไม่เชื่อใน Bitcoin
“คุณท็อป ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณพูดถูกจริง ๆ”
“ถ้าอยากเริ่มธุรกิจ Bitcoin ต้องทำอย่างไร”
“ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหม”
สุดท้าย Coins.co.th ก็ได้รับการเข้าซื้อกิจการโดย Gojek อย่างที่หลายคนทราบ

จากนั้น เป้าหมายต่อไปของผมคือการทำให้หน่วยงานกำกับดูแลเข้าใจว่า Blockchain มีศักยภาพมากกว่าแค่ Bitcoin ผมจึงพัฒนาต้นแบบของตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และนำไปเข้าร่วมการแข่งขัน FinTech Challenge ครั้งแรกของสำนักงาน ก.ล.ต. (SEC) ประเทศไทย โครงการนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศ และทำให้ผมมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรง เพื่อร่วมวางกรอบการกำกับดูแลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย

เมื่อมั่นใจว่าเรื่องกฎระเบียบต่างๆ อยู่ในความดูแลเรียบร้อยแล้ว ผมจึงเริ่มระดมทุนสำหรับสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นตัวต้นแบบของไอเดียแห่งชัยชนะครั้งนี้ — และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Bitkub

 

ปัจจุบัน Bitkub เป็นอย่างไรบ้าง

ปัจจุบัน Bitkub มีพนักงานประมาณ 1,000 คน และมีการเติบโตของรายได้ในอัตราเฉลี่ยกว่า 1,000% ต่อปี ภายในสิ้นปีนี้ เราคาดว่าจะสร้างรายได้อย่างน้อย 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมอัตรากำไรประมาณ 80% เราน่าจะเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่ทำกำไรได้สูงที่สุดของประเทศไทย และปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในประเทศไม่น้อยกว่า 90%

เป้าหมายของเราคือการก้าวขึ้นเป็น ยูนิคอร์นรายแรกของประเทศไทย ปัจจุบัน มีสตาร์ทอัพไทยเพียงไม่กี่รายที่มีศักยภาพจะก้าวสู่การเป็นยูนิคอร์น เช่น 2C2P และ Flash Express ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตามอง

คุณเชื่อมั่นใน Bitcoin และ Cryptocurrency มาตั้งแต่เริ่มต้น แม้ในช่วงที่หลายคนยังไม่เชื่อ อะไรคือความท้าทายสำคัญที่คุณต้องฝ่าฟัน

ความท้าทายแรกคือ กฎระเบียบ (Regulation)

หน่วยงานกำกับดูแลมักต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เพราะบทบาทหลักของพวกเขาคือการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและคุ้มครองผู้ลงทุน อย่างไรก็ตาม เป้าหมายดังกล่าวอาจขัดกับความรวดเร็วของนวัตกรรม ทำให้หลายครั้งเราอยากเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ต้องชะลอไว้เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ

ความท้าทายที่สองคือ

การสร้างความเข้าใจ ผมมีโอกาสบรรยายเกี่ยวกับ Bitcoin และคริปโทเคอร์เรนซีมาแล้วกว่า 1,000 เวที
สิ่งสำคัญคือการให้ความรู้กับผู้คน ช่วยอธิบายข้อเท็จจริง และลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคริปโทฯ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคลายความกังวลของผู้ใช้งาน

ส่วนความท้าทายสุดท้ายคือ บุคลากร

เราอยากมีวิศวกรและนักพัฒนา Blockchain เข้ามาร่วมทีม Bitkub มากกว่านี้ แต่การหาคนที่มีความสามารถและประสบการณ์ในสายงานนี้ยังเป็นเรื่องที่ยาก บริษัทกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เราต้องการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ แต่ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเรามีบุคลากรที่เหมาะสมเข้ามาร่วมขับเคลื่อน

คุณมองว่า Bitkub จะขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศในอนาคต หรือไม่

แน่นอนครับ เรามีวิสัยทัศน์ที่จะเติบโตในระดับโลก แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น สิ่งสำคัญคือเราต้องสร้างความแข็งแกร่งในตลาดประเทศไทยให้มั่นคงก่อน

ปัจจุบัน ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง จึงมีทั้งผู้เล่นรายใหม่และสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมจำนวนมากที่ต้องการเข้ามาแข่งขัน ดังนั้น ในระยะนี้ เป้าหมายหลักของผมคือการรักษาส่วนแบ่งตลาดกว่า 90% ที่เรามีอยู่ให้แข็งแกร่ง ก่อนที่จะเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง

คุณมองว่าใครคือคู่แข่งของ Bitkub ในตลาดนี้

คู่แข่งมีอยู่หลายกลุ่ม ทั้งธนาคาร โบรกเกอร์ และแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) แต่ธุรกิจประเภทนี้มีลักษณะของ “ผู้ชนะกินรวบ” (Winner Takes All) กล่าวคือ ในแต่ละประเทศมักจะมีผู้เล่นหลักเพียงรายเดียวที่ครองตลาดได้อย่างแท้จริง คล้ายกับธุรกิจเรียกรถโดยสาร (Ride-hailing) ที่สุดท้ายตลาดจะเหลือผู้นำเพียงไม่กี่ราย

จากวันที่เริ่มต้นด้วยทีมเล็ก ๆ จนวันนี้มีพนักงานกว่า 1,000 คน การบริหารองค์กรขนาดใหญ่นี้เป็นอย่างไร

ผมยังจำความรู้สึกตอนนั่งทำงานคนเดียวอยู่ในร้านเสื้อผ้าของครอบครัว เพื่อเริ่มต้นบริษัทแรกได้ดี เวลาผ่านไป 8 ปีเร็วมาก เส้นทางที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความยากลำบาก – และถ้าถามผมตรง ๆ ว่าอยากกลับไปเริ่มใหม่แบบเดิมอีกไหม

คำตอบคือ ไม่ครับ แม้ว่าวันนี้ผมจะภูมิใจมากที่ได้บริหารบริษัทขนาดใหญ่และประสบความสำเร็จ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการทุ่มเทเวลาเกือบทั้งหมดให้กับงาน

การระบาดของ COVID-19 ส่งผลต่อ Bitkub อย่างไร

สำหรับเรา ผลกระทบถือว่าเป็นไปในเชิงบวก Bitkub เป็นหนึ่งในไม่กี่ธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์การแพร่ระบาด ในช่วงที่ผู้คนจำนวนมากต้องสูญเสียงานหรือมีรายได้ลดลง หลายคนเริ่มมองหาวิธีสร้างรายได้เพิ่มเติมหรือเพิ่มโอกาสในการต่อยอดเงินออมของตนเอง และคริปโทเคอร์เรนซีก็กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ช่วงนั้นเอง Bitkub เติบโตขึ้นกว่า 1,000% ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน COVID-19 จึงเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ผู้คนเปิดรับและเปลี่ยนมุมมองต่อคริปโทเคอร์เรนซีได้เร็วขึ้น

คุณเคยบอกว่า “ระบบเงินเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทุก 50 ปี” แล้วตอนนี้เราอยู่ในช่วงไหนของการเปลี่ยนแปลงนั้น

สำหรับผม “เงิน” คือ “ความเชื่อมั่น” และความเชื่อมั่นก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ในอดีต เราเชื่อมั่นในมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ต่อมาในยุคของเงินตรา (Fiat Currency) เราเชื่อมั่นในรัฐบาลของแต่ละประเทศ แต่ในอนาคต ผมเชื่อว่าความเชื่อมั่นจะอยู่บนพื้นฐานของ คณิตศาสตร์ ผ่านสกุลเงินดิจิทัล เมื่อเราใช้เงินดิจิทัล สิ่งที่เราเชื่อคือหลักตรรกะและอัลกอริทึมทางคณิตศาสตร์ ถ้า 1 + 1 = 2 ก็ไม่มีใครสามารถบิดเบือนหรือโกงระบบได้

ขอปิดท้ายด้วยคำถามสบาย ๆ หากเลือกทานอาหารเย็นกับใครก็ได้ คุณอยากเลือกใคร

มีหลายคนเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น วอร์เรน บัฟเฟตต์, บิลล์ เกตส์, อีลอน มัสก์, หรือ เจฟฟ์ เบโซส์ ส่วนในประเทศไทย ผมอยากนั่งคุยกับ คุณธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าของเครือซีพี ผมมองว่าท่านเป็นบุคคลที่น่าทึ่งมาก เพราะสามารถสร้างอาณาจักรธุรกิจระดับโลกได้ภายในคนเพียงรุ่นเดียว

การลงทุนที่ดีที่สุดที่ไม่ใช่เรื่องการเงินของคุณคืออะไร

การศึกษา

คุณคิดเห็นอย่างไรกับ Dogecoin

ผมคิดว่ามันน่าทึ่งมาก จากสกุลเงินที่เริ่มต้นขึ้นมาเป็นเพียงเรื่องตลก กลับสามารถเติบโตจนมีมูลค่าตลาดมหาศาล เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริง ๆ ว่าทั้งหมดเริ่มต้นจากการที่ Elon Musk ทวีตคำว่า “Dogecoin” บน Twitter อยู่บ่อยครั้ง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกินกว่าที่ผมจะจินตนาการได้

คำถามสุดท้าย ทุกวันนี้คุณพ่อคุณแม่คิดอย่างไรกับคุณ

พูดตามตรง ตอนนี้ท่านเล่าเรื่องผมให้ทุกคนฟังไม่หยุดเลยครับ ทั้งบอกเพื่อน ๆ ส่งข้อความต่อ และเล่าถึงสิ่งที่ผมทำอยู่เสมอ ผมคิดว่าวันนี้ ผมพิสูจน์ให้พ่อแม่เห็นแล้วว่า “ไอเดียที่ครั้งหนึ่งดูเหมือนเป็นความฝันอันบ้าบิ่น” สามารถกลายเป็นความสำเร็จได้จริงครับ

กลุ่มผู้นำด้านการชำระเงิน
ฟินเทค
ไทย
คริปโตเคอร์เรนซี

Case Studies

Hoteliers.Guru
ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 ที่จังหวัดภูเก็ต Hoteliers.Guru คือแพลตฟอร์มบริหารจัดการโรงแรมแบบครบวงจร ที่ช่วยให้โรงแรม ตัวแทนจำหน่ายห้องพักออนไลน์ (Online Travel Agencies: OTAs) และผู้เข้าพัก สามารถจัดการการจองและการชำระเงินได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ
King Service Center
King Service Center ก่อตั้งขึ้นในปี 1977 เป็นบริษัทกำจัดแมลงและสัตว์รบกวนชั้นนำในประเทศไทย เชี่ยวชาญด้านการกำจัดมด ปลวก แมลงสาบ ยุง และสัตว์ฟันแทะ
ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป
ONYX Hospitality Group คือผู้นำด้านอุตสาหกรรมการบริการและโรงแรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
Minor Hotels
Minor Hotels เป็นเจ้าของ ผู้บริหาร และผู้ลงทุนในธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติ โดยมีพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมโรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิสสวีตกว่า 540 แห่ง ใน 55 ประเทศ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา มหาสมุทรอินเดีย ยุโรป และทวีปอเมริกา
Lazada
Lazada Group ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Ticketmelon ยกระดับระบบชำระเงินสำหรับธุรกิจจำหน่ายบัตรรองรับการเติบโตในระดับภูมิภาค
Ticketmelon คือบริษัทเทคโนโลยีด้านอีเวนต์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่ระบบจำหน่ายและลงทะเบียนบัตร ระบบชำระเงินแบบไร้เงินสด ไปจนถึงโซลูชันดิจิทัลสำหรับการจัดงาน
การชำระเงินแบบผ่อนชำระ (IPP)
ระบบรับชำระเงินออนไลน์ (Payment Gateway: PGW)
ประเทศไทย
ธุรกิจอีเวนต์
15 min read

ช่องทางชำระเงินยอดนิยมในประเทศไทย: สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไทย
...
15 min read

สร้างโซลูชันธนาคารเพื่อความยั่งยืนกับ สิรินันท์ จิรดิลก จาก UOB Thailand

กลุ่มผู้นำด้านการชำระเงิน
การเข้าถึงอย่างเท่าเทียม
...
15 min read

Payments Powerhouses: ผู้นำการปฏิวัติ Bitcoin ของประเทศไทย

กลุ่มผู้นำด้านการชำระเงิน
ฟินเทค
...
15 min read

กลุ่มผู้นำด้านการชำระเงิน: ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในประเทศไทย

กลุ่มผู้นำด้านการชำระเงิน
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
...
view all in series